Wednesday, December 24, 2008
กลับทำเนียบ
Wednesday, February 06, 2008
13-16 มกราคม 2551 สำรวจและวางทุ่นที่ ภูเก็ต กระบี่
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() | วันที่ 13 มกราคม 2551 เรือพร้อม นพอ. พร้อม นสร.พร้อม ออกเดินทางประมาณ 6.30 น การเดินทางครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งอื่น เราแบ่งการเดินทางเป็น 2 ทีม และไปพบกับทีมที่สอง ที่ลงเรือ ต 221 จากฐานทัพเรือภูเก็ต ไปพบกันที่เกาะราชาใหญ่ วันนี้เราวางทุ่นบริเวณเกาะราชาน้อยและราชาใหญ่ จำนวน 4 ทุ่น ที่นี่ครูให้เวลาพวกเรา 20 นาทีในการดำน้ำสำรวจสภาพแวดล้อมรอบ ๆ เกาะ dive นี้ เรามีพี่ไก่เป็น buddy กระแสน้ำแรงพอสมควรทำให้เราทั้งสองลอยออกไป "ไม่เห็นเพื่อน ๆ เลย พี่ไก่เลยให้ขึ้นสู่ผิวน้ำ" เราเรียกให้ครูนันท์เอาเรือยามาลากไปปล่อยบริเวณที่เพื่อ ๆ อยู่กัน แล้วก็ดำลงอีกครั้ง แนวประการังบริเวณนี้สวยมาก มีปลามากมาย (แต่เราจำมาไม่ได้สังตัว ) เมื่อถึงบริเวณพื้นทราย พี่ไก่เรียกให้เข้าไปนั่งคุกเข่า และให้เราทำการ clear mask ที่ความลึก 20 ม. และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดก็เกิดขึ้นไม่สามารถพ่นน้ำออกจาก mask ได้ เรื่องนี้มาเป็น Joke บนโต้ะอาหารค่ำมื้อ |
![]() | เช้าตรู่ของวันที่ 15 พวกเราออกเดินทางแต่เช้า 6.00 น มุ่งสู่อ่าวหยงกาเส็ม พีพีดอน และอ่าวมหยา... บริเวณนี้เคยได้วางทุ่นไว้แล้วแต่ตอนนี้เหลือแต่ฐานทุ่น พวกเราทำการค้นหาฐานทุ่น skin Dive(ช่วงนี้น้ำลง) เข้าไปในอ่าวแล้วนำทุ่นไปผูกทดแทน จำนวน 2 ทุ่น และเราก็ขึ้นไปเที่ยวที่เกาะและเดิมข้าไปอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ ยังมีภาพที่น่าสนใจหาชมได้ที่ www.navalcadet.org/marinepark/ |
สรุป Trip นี้คุ้มค่ามาก เพิ่มประสบการณ์ เพราะครูนันท์ไม่ดูแลเลย เราเลยได้ของแถม คือ DCS (Decompression sickness) Type II ไม่เต็มรูปแบบสักเท่าไร จึงไม่รู้ตัวจนกะทั่ง ครูโหดให้ไปปรึกษากองเวชศาสตร์ใต้น้ำ คุณหมอบอกว่าอาการไม่ชัดเจน การตัดสินใจรักษาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด การรักษาโดยการให้ O2 ที่ความกดอากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy) 5 ช.ม. (ค่ารักษา ช.ม.ละ 12,000 บาท....)ใน Chamber มันช่างนานจริง ๆ และน่ากลัว (เป็นโรคกลัว chamber)
ถ้าท่านมีอาการเวียนศีรษะ ถี่ ๆ หลังจากการดำน้ำ อย่านิ่งนอนใจแบบเราควรรีบปรึกษาแพทย์ ด่วนที่ 02 24752640, 02 24752730 e-mail:meddiving@navy.mi.th url:www.navy.mi.th/navymed/uw/index.htm
Tuesday, December 11, 2007
28-30 พ.ย 50 วางทุ่นบริเวณพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแหลมสน เกาะค้างคาว หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน
![]() | ทีมงานออกเดินทางวันที่ 28 พ.ย 50 เวลา 8.00 มุ่งสู่อุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง เดินเรือขนานไปกับชายฝั่งถึงบริเวณวางทุ่นลูกแรก วันนี้วางทุ่นจำนวน 5 และนำเรือจอดบริเวณอุทยานแหลมสน คืนนี้ส่ง นพอ. 7 นายขึ้นพักบนฝั่งสมทบกับ นพอ.อีก 5 นายที่รออยู่ เช้าตรู่ของวันที่ 29 เรือจุฬาภรณ์ 48 พร้อมออกเดินทางประมาณ 06.00 น .มุ่งสู่หมู่เกาะสุรินทร์ 10.14 น.ทุ่นหมายเลข 50/06 ถูกปล่อยบริเวณเกาะริเซริว ที่ Lat 9 21.780 Long 97 52.697 ความลึก 34 เมตร (ที่นี่ ครูอนุญาติให้ นพอ.ได้ดำน้ำสำรวจบริเวณนี้ด้วย ..) >>>>อ่านต่อ |
![]() ![]() | Trip นี้ครูอนันท์ถ้าจะเหนื่อกับเรามากที่สุด ลงดำน้ำทุกครั้งไม่เคยห่างครูเลย Dive แรกเอาตะกั่วลงไม่พอไม่จอมจม ครูก็ช่วยดึงกันไปได้ Dive 2 ที่ริเชริว ความลึก 60 ฟุต ครูดูแลอย่างใกล้ชิดจะคอยดึงเวลาที่ว่ายไปใกล้หินใหญ่(มองไม่เห็นจริง ๆ ) Dive 3 มีความหวังว่าจะเจอกระเบนราหู แต่โชคไม่เข้าข้าง Dive 4 Night Dive จับมือครูแน่นเลยกลัวครูทิ้ง Dive สุดท้ายยังเกี่ยวก้อยว่ายชมความงามของท้องทะเล(ฮิ..ฮิ..เราไปด้วยตัวเองได้แต่ว่ายทวนน้ำจึงขออาศัยก้อยครูไปด้วย) ข้อที่ไม่ควรทำเป็นอย่างที่สุดคือการไปแย่ปลาที่มันกำลังกกไข่อยู่ มันไล่กัด Fin โหสิ..โหสิ..ไม่ได้ตั้งใจ ต้องขอขอบคุณครูนันท์เป็นอย่างที่สุด.....จากศิษย์น้อย |
Wednesday, April 11, 2007
ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ปะการัง 6-9 เมษายน 2550

6.00 น ตื่นกันได้แล้ว นพอ.ทุกคนที่มาถึงในวันแรกจัดเตรียมภารกิจส่วนตัวใส่ชุดพร้อมดำ เรารับประทานอาหารเช้ากันเวลา 7.30 น มื้อนี้มีขนมจีน ปาท่องโก๋ และข้าวเหนียวสังขยา (อร่อยมากขอบอก) 8.00 น น้อง ๆ ก็ทยอยกันมาลงทะเบียนในวันแรกมีประมาณ 70 คน หลังจากพิธีเปิดแล้ว กิจกรรมแรกในช่วงเช้า ครูนิช หรือลุงนิชของน้อง ๆ จะสอนวิธีการสวมเสื้อชูชีพ โดยมีครูทัยเป็นต้นแบบ ครูบอกว่าพวกพี่เลี้ยงวุ่นวายจึงให้มานั่งคอยหน้าห้องประชุม ...แล้วจะมาเหล่าต่อนะจ๊ะ


เมื่อทุกคนพร้อมก็พาไปลงเรือจุฬาภรณ์ 48 ที่ท่าเรือของฐานทัพเรือพังงา ระหว่างเดินทางพวกเราก็มีกิจกรรมปลุกใจให้น้อง ๆ สู้สู้ น้องๆๆบางส่วนก็ว่ายน้ำเป็น บางส่วนก็ว่ายน้ำไม่เป็น ( 4 วันเจอทุกรูปแบบ)




น้อง ๆ ทั้งสนุกทั้งกลัว มีที่เก๊าๆ 2 คนพอลงน้ำก็เอาชูชีพออก พี่ๆๆต้องคอยดุกันเป็นพิเศษ
ประมาณ 12.30 เราก็กลับถึงศูนย์อนุรักษ์ฯ น้อง ๆ ก็เข้าแถวรับประทานอาหารส่วนพี่ ๆก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสี้อผ้า แล้วพาน้องๆค่ายฯเป็นเยี่ยมชม ร.ล.เจ้าพระยา (เสียดายยังไม่มีรูปมาให้ดู) จากนั้นเราไปกันต่อศูนย์อนุบาลเต่าทะเล แล้วก็กลับมาทำกิจกรรมวาดภาพที่น้อง ๆ ได้ไปเห็นเมื่อเช้านี้
Tuesday, March 20, 2007
ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ธรรมชาติอ่าวมะนาว
เช้าวันที่ 17 มีนาคม 2550 ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ไปรวมพลที่สถาบัญฯ ใช้เวลาเดินทางเท่าไรไม่ทราบ เพราะพวกเรากำลังทำความรู้จักและเม้าท์แบบสุด ๆ (ปรึกษาเรื่องกิจกรรมนะ) เมื่อมาถึงเด็ก ๆ กำลังแนะนำตัวและทำกิจกรรมของค่ายกันอยู่ ส่วนพี่ นพอ.ก็นั่งรอ(ยังไม่ใช่เวลาของเรา)
ช่วงบ่ายพวกเราออกสำรวจในบริเวณอ่าวมะนาว ในการเป็นสถานที่สำหนับให้น้องๆ มาดำดูประการังในวันพรุ่งนี้ จุดแรกน้ำค่อยค่างแรง ขุ่น และมีเม่นทะเลจำนวนมาก จุดที่สอง ประการังไม่ค่อยมาก น้ำค่อนข้างขุ่นมองไม่เห็น จุดที่สามพอมีแนวประการรังบ้าง มีปลา และมีเม่นทะเลน้อย ความขุ่นของน้ำพอใช้ได้ จุดนี้ละดีที่สุดแล้ว จุดนี้เป็นเกาะอยู่หลังเกาะหลัก(ที่สำหรับวัดระดับน้ำทะเลปานกลาง MSL) ดีใจจังได้เห็นเกาะหลักแล้ว

หลังจากที่กลับมาจากการสำรวจแล้ว พวกเราได้แบ่งกลุ่มเยาวชน(ขอเรียกว่าเด็ก ๆๆ) และได้ทำการสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์พื้นฐาน และพาเด็ก ๆ มาฝึกให้คล่องที่ชายหาด
ระหว่างการฝึก เด็ก ๆ มีปัญหาบ้างกับการหายใจ และที่สำคัญที่สุด เราโชดดีมากทั้งกลุ่มว่ายน้ำไม่เป็นเลย สบมยห. (สบายมากหายห่วง) เด็กๆ ไม่กลัวน้ำเลย
วันอาทิตย์หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว นพอ.ได้ร่วมเล่นเกมส์ที่เราเตรียมมากับเด็ก ๆ เพื่อเพิ่มความคุ้นเคย ตกบ่ายพวกเราพาเด็ก ๆไปสถานที่จริง โดยแบ่งเด็กเป็นกลุ่มและมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม(สีเขียวแก่ของเราเอง) เนื่องจากเรือที่จะพาไปเล็กมากต้องแบ่งเป็นชุด เด็กทำได้ดีมาก ทุกคนปลอดภัยและประทับใจ
ก่อนกลับพวกเราได้ลำลาถ่ายรูปร่วมกัน...ถึงบ้านประมาณเที่ยงคืนได้...นอนดีกว่า
วางทุ่นสิมิลัน
![]() | เช้าของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2550 ทีมงานสำรวจและวางทุ่นจำนวน ทั้งหมด 24 นาย หลังจากจัดเตรียมสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นลงเรือจุฬาภรณ์ 48 เรียบร้อยแล้ว และเริ่มออกจากท่าเรือฐานทัพเรือทัพละมุ ประมาณ 10 นาฬิกาเศษ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสู่เกาะบอน หมู่เกาะสิมิลัน ใช้ความเร็วในการเดินทาง 8 นอต / ชม.คาดว่าจะถึงจุดหมายในอีก 4 ชม.ข้างหน้า >>>>อ่านต่อ |
Monday, December 11, 2006
คุ้งกระแบน

เช้าวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2549 พวกเราเหล่า นพอ.ออกเดินทางจากสัตหีบมุ่งหน้าสู่จันทบุรีตั้งแต่เวลา 05.30 ณ . เพื่อปฏิบัติภารกิจเก็บขยะใต้ทะเลบริเวณหน้าหาดเจ้าหลาว หาดเสร็จ พวกเราไปถึงเวลา 8.10 ผู้คนจากหลายหน่วยงานที่มาร่วมกิจกรรม นอกจากจะมีการดำน้ำเก็บขยะแล้วยังมีกิจกรรมเก็บขยะบริเวรชายหาดอีกด้วย จากนั้นเราก็พบกับน้องร่วมรุ่น นพอ.11 จากโรงเรียนเตรียมทหาร
หลังที่จบการฝึกอบรมการดำน้ำแล้วพวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั้งวันนี้ นักเรียนเตรียมฯเป็นหน่วยงานอีกคณะหนึ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
พวกเราถ่ายรูปกันก่อนออกเดินทางสู่ท้องทะเลโดยเรือตังเก นั่งออกไปนานประมาณชั่วโมงเห็นจะได้ก็ถึงบริเวณที่เราจะดำลงไปเก็บขยะ ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่กระแสน้ำจากแม่น้ำและกระแสน้ำในทะเลไหนมาบรรจบกันทำให้เกิดตะกอน และสิ่งของทาง ๆ ที่ไหลมาตามน้ำก็จะมารวมกันบริเวณนี้ วันนี้พวกเราดำกัน 2 Dive ส่วน Dive ที่ 2 น้ำขุ่นมากไม่ได้ขยะไต้ทะเล แต่ได้ขยะที่ลอยมาบนผิวน้ำแทน ช่วงเวลากลางคืนนี้เจ้าของโครงการเลี้ยงอาหารค่ำและแจกประกาศเกรียติคุณ (รับมา 1 ใบ)
เช้าวันรุ่งขึ้น คุณพงษ์ศักดิ์ และคุณนพดล เป็นไกด์นำทางพวกเราไปเที่ยวชมบริเวณโดยรอบของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระแบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพวกเรานั่งรถลากจากรถไถ ที่แรกที่เราแวะคือ พิพิทภัฯฑ์สัตว์น้ำอยู่ระหว่างการสร้างส่วนต่อขยาย ภายในประกอบด้วยปลาสายงาม จากนั้นเราก็ไปที่กระชังเลี้ยงปลา
ภายในยังเลี้ยงปลาฉลามเสื้อดาว และที่นี่จะทำเหมือนธนาคารหอย และปู และแนะนำการเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างถูกวิธีให้กับชาวประมง
แต่เสียดายที่ไม่ได้ไปเยี่ยมชมป่าชายเลน เพราะมีเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งคอยเดินทางกลับบ้านพร้อมกัน ...
Thursday, November 30, 2006
ภารกิจ......ปล่อยหอยมือเสือและปลาการ์ตูน

พวกเราละทิ้งกรุงเทพฯเวลาประมาณ 20 นาฬิกาของวันที่ 24 พ.ย 49 ถึง ศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ 36 เวลา 8 นาฬิกาเศษ ๆ หลังจากการฟังบรรยายเกี่ยวกับวิธีนำปลาการ์ตูนและหอยมือเสือไปปล่อยแล้ว ก็รับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นพวกเราก็ไปเตรียมตัว

เราออกเดินทางจากท่าเรือทับละมุตอนบ่าย โดยเรือจุฬ่ภรณ์ 36 มุ่งหน้าสู่ชายฝั่งบริเวณเขาหน้ายักษ์ ระหว่างการเดินทางพวกเราประกอบอุปกรณ์การดำน้ำ เมื่อถึงที่หมายพวกเราแต่ละกลุ่มก็ปฏิบัติตามภาระกิจที่ได้รับมอบหมาย

ณ ใต้น้ำ...พวกเราว่ายน้ำเพื่อค้นหาสถานที่เหมาะ ๆ สำหรับดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูนและหอยมือเสือ

หลังจากที่เราเสร็จสิ้นภารกิจที่ได้รับมอบหมายแล้วพวกเราก็ช่วยกันเก็บขยะใต้ทะเล ส่วนใหญ่จะเป็นอวนของชาวประมงที่ลักลอบเข้ามาจับปลาในแนวหินประการังนี้ ....
*****ถ้ามีโอกาสจะกลับไปดูว่า น้องปลาตัวน้อยและพี่หอยตัวใหญ่ของเราจะอยู่ดีหรือปล่าว











