Wednesday, December 24, 2008

กลับทำเนียบ

ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2551 กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย " ได้บุกรุกเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นฐานที่มันในการ ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ที่ได้ชนะการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 และได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 พวกเรา(ข้าราชการ พนักงานราชการ ของสำนักเลขาธิการนายรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนรี สำนักงานสภาความมั่นคง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ) รวม 4 กรม ต้องแยกย้ายไปอาศัยสำนักงานอื่น ๆ อยู่ ในส่วนของสำนักงานของข้าพเจ้าในช่วงแรกแตกเป็นสำนักย่อย ๆ ดังนี้ สำนักงานย่อยดอนเมือง บ้านพิษณุโลก บ้านมนังคสิลา กระทรวงต่างประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ สนง.กองทุนหมู่บ้าน(ตึกจัสมิน) หลังจากที่นายกรัฐตรีนายสมัคร สุนทรเวช ได้ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในคดี "ชิมไปบ่นไป " ว่าขาดคุณสมบัติตามพจณานุกรมว่าด้วยลูกจ้าง จนมีคำพูดเสียดแทงว่า "ชิมโดนปลดเป็นกบฏถูกปล่อย" แกนนำรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่อีกครั้งโดยเสนอชื่อนายสมชาย วงสวัสดิ์ รักษาการหัวพรรคฯ เพื่อVote เรียกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 แต่ไม่ถูกใจ พรม.เท่าไรนักเพราะ พรม.ไม่ต้องการให้พรรคพลังประชาชนบริหารประเทศ จึงระดมพลและให้แกนนำรุ่นที่ 2 เป็นผู้นำกลุ่มผู้คนจำนวนมากโดยมีเด็กและผู้หญิงเป็นด่านหน้า เพื่อปิดล้อมรัฐสภาไม่ให้ สส.และรัฐบาลเข้าแถลงนโยบาย (เงื่อนไขนี้มีอยู่ว่า ถ้ารัฐบาลไม่สามารถแถลงนโยบายภายใน 15 วัน พรม.ก็จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ(พรรคพวก)ให้ดำเนินการต่อรัฐบาล) วันนี้เองตำรวจพระเอกของเรื่องได้ทำการเปิดทางเข้าออกบริเวณประตูด้านข้างของรัฐสภา แต่กลุ่ม พรม.ไม่ยอม ตำตรวจจึงจำเป็นต้องให้แก๊ซน้ำตา แต่เป็นความซวย

Wednesday, February 06, 2008

13-16 มกราคม 2551 สำรวจและวางทุ่นที่ ภูเก็ต กระบี่










วันที่ 13 มกราคม 2551 เรือพร้อม นพอ. พร้อม นสร.พร้อม ออกเดินทางประมาณ 6.30 น การเดินทางครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งอื่น เราแบ่งการเดินทางเป็น 2 ทีม และไปพบกับทีมที่สอง ที่ลงเรือ ต 221 จากฐานทัพเรือภูเก็ต ไปพบกันที่เกาะราชาใหญ่ วันนี้เราวางทุ่นบริเวณเกาะราชาน้อยและราชาใหญ่ จำนวน 4 ทุ่น ที่นี่ครูให้เวลาพวกเรา 20 นาทีในการดำน้ำสำรวจสภาพแวดล้อมรอบ ๆ เกาะ dive นี้ เรามีพี่ไก่เป็น buddy กระแสน้ำแรงพอสมควรทำให้เราทั้งสองลอยออกไป "ไม่เห็นเพื่อน ๆ เลย พี่ไก่เลยให้ขึ้นสู่ผิวน้ำ" เราเรียกให้ครูนันท์เอาเรือยามาลากไปปล่อยบริเวณที่เพื่อ ๆ อยู่กัน แล้วก็ดำลงอีกครั้ง แนวประการังบริเวณนี้สวยมาก มีปลามากมาย (แต่เราจำมาไม่ได้สังตัว ) เมื่อถึงบริเวณพื้นทราย พี่ไก่เรียกให้เข้าไปนั่งคุกเข่า และให้เราทำการ clear mask ที่ความลึก 20 ม. และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดก็เกิดขึ้นไม่สามารถพ่นน้ำออกจาก mask ได้ เรื่องนี้มาเป็น Joke บนโต้ะอาหารค่ำมื้อ
เช้าตรู่วันที่ 14 ที่เกาะราชา พวกเราจากบ้านรายา ด้วยความอาลัย (ยังไม่ได้ชมความงามของที่เลย และอยากกลับมาที่นี่อีกในรูปแบบใหม่) เดินทางไปวางทุ่นเกาะไข่นอกไข่ใน วันนี้พวกที่ไม่ได้มีหน้าที่ใด ๆ และชุดสำรวจก็ขึ้นเรือ ต 221 เป็นส่วนล่วงหน้าไปก่อน ส่วนเรามีหน้าที่เสริมคือการทำอาหารมื้อกลางวัน(ครูทัยฝากไว้ แกงเนื้อ) ช่วงเช้าเราวางทุ่นบริเวณรอบเกาะไข่นอกและไขใน จำนวน 4 ทุ่น และในช่วงบ่าย ครูนิดให้เราขึ้นเรือ ต 221 ร่วงหน้าไปดำน้ำที่เกาขวาน การลงต้องกระโดดลงที่ความสูงประมาณ 2-3 ม. (ครูโหดสั่ง) ดำลงระหว่างเการะความลึกประมาณ 10 ม.แต่ไม่พบอะไรนอกจากพื้นทราย พยามว่ายหาอยู่พัก 10 นาที ไม่ไหวแล้วพี่ไก่ขึ้นเถอะ แล้ะเราก็ว่ายน้ำเข้าหาเกาะ ดำลงอีกครั้ง ช่วงนี้มีแนวปะการังแข็งปลาไม่ค่อยมาก เมื่อดำไปซักระยะก็พบความหลากหลายของแนวปะการัง มีฝูงปลามากขึ้น เราใช้เวลากันเกือบ 40 นาที ที่ความลึกประมาณ 8-10 ม. คืนนี้เราพักค้างคืนที่เกาะไม่ไผ่ ส่วนอาหารต้องนำสเบียงมาทำกันเองบนเกาะ ....อร่อยม๊ากมากปลาหมึกและปูม้าต้มทรามกลางแสงจันทร์บนเรือ ต.221


เช้าตรู่ของวันที่ 15 พวกเราออกเดินทางแต่เช้า 6.00 น มุ่งสู่อ่าวหยงกาเส็ม พีพีดอน และอ่าวมหยา... บริเวณนี้เคยได้วางทุ่นไว้แล้วแต่ตอนนี้เหลือแต่ฐานทุ่น พวกเราทำการค้นหาฐานทุ่น skin Dive(ช่วงนี้น้ำลง) เข้าไปในอ่าวแล้วนำทุ่นไปผูกทดแทน จำนวน 2 ทุ่น และเราก็ขึ้นไปเที่ยวที่เกาะและเดิมข้าไปอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ
ช่วงบ่ายของวันนี้ที่เกาะปิด๊ะนอก เราต้องลงไปสำรวจหาฐานทุ่นเดิม ระหว่างการสำรวจบริเวณนี้ได้เจะกับปลาฉลามเสือดาว (ได้เจอแล้วตามหามานาน) ที่นี่เราดำ 3 dive ด้วยกัน คร้งแรกดำไปวัดความลึกของทุ่น ความลึก 20 ม. ครั้งที่สองดำสำรวจหาทุ่น ที่ความลึก 15 ม. ครั้งที่ สาม(ไม่ควรทำ)ดำเพื่อการว่ายน้ำกลับเรือ จากนั้นก็เดินทางมาพักแรมที่ เกาะพีพีเลย์ คำคืนนี้มี นพอ.จำนวน 6-7 นายต้องการสำรวจท้องทะเลยามค่ำคืน...ว๋ววววววว ชั่งกล้าหาญจริง ๆๆ

วันที่ 16 หินหมูสังข์ เป็นทุ่นสุดท้ายสำหรับการเดินทางครั้งนี้ บริเวณนี้มีปะการังอ่อนมาก และมี ดอกไม้ทะเลเป็นดงเลย มีความหลากหลายของ ปลาและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ที่เจ็งสุด ๆ ได้เห็นกระเบนนก ประมาณ 4 ตัวบินร่อนผ่านหน้าไป...Dive นี้เริ่มรู้สึกมีอาการเหมือนน้ำหมุนที่ระดับความลึก 20 ม สักพักก็หาย และดำdive สุดท้ายลงสำรวจเรือจม King cruiser wreck ... ที่ความลึก 30 ม.ลึกมาก มืดด้วย น้ำก็แรง ว่ายแทบไม่ไหวเลย เลยต่ายระดับขึ้นมาที่ความลึก 20 ม.ช่วงนี้เหนื่ยมาก "พี่ไก่อยู่ไหน"

ยังมีภาพที่น่าสนใจหาชมได้ที่ www.navalcadet.org/marinepark/

สรุป Trip นี้คุ้มค่ามาก เพิ่มประสบการณ์ เพราะครูนันท์ไม่ดูแลเลย เราเลยได้ของแถม คือ DCS (Decompression sickness) Type II ไม่เต็มรูปแบบสักเท่าไร จึงไม่รู้ตัวจนกะทั่ง ครูโหดให้ไปปรึกษากองเวชศาสตร์ใต้น้ำ คุณหมอบอกว่าอาการไม่ชัดเจน การตัดสินใจรักษาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด การรักษาโดยการให้ O2 ที่ความกดอากาศสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy) 5 ช.ม. (ค่ารักษา ช.ม.ละ 12,000 บาท....)ใน Chamber มันช่างนานจริง ๆ และน่ากลัว (เป็นโรคกลัว chamber)

ถ้าท่านมีอาการเวียนศีรษะ ถี่ ๆ หลังจากการดำน้ำ อย่านิ่งนอนใจแบบเราควรรีบปรึกษาแพทย์ ด่วนที่ 02 24752640, 02 24752730 e-mail:meddiving@navy.mi.th url:www.navy.mi.th/navymed/uw/index.htm