Tuesday, December 11, 2007

28-30 พ.ย 50 วางทุ่นบริเวณพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแหลมสน เกาะค้างคาว หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน









ทีมงานออกเดินทางวันที่ 28 พ.ย 50 เวลา 8.00 มุ่งสู่อุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง เดินเรือขนานไปกับชายฝั่งถึงบริเวณวางทุ่นลูกแรก วันนี้วางทุ่นจำนวน 5 และนำเรือจอดบริเวณอุทยานแหลมสน คืนนี้ส่ง นพอ. 7 นายขึ้นพักบนฝั่งสมทบกับ นพอ.อีก 5 นายที่รออยู่



เช้าตรู่ของวันที่ 29 เรือจุฬาภรณ์ 48 พร้อมออกเดินทางประมาณ 06.00 น .มุ่งสู่หมู่เกาะสุรินทร์ 10.14 น.ทุ่นหมายเลข 50/06 ถูกปล่อยบริเวณเกาะริเซริว ที่ Lat 9 21.780 Long 97 52.697 ความลึก 34 เมตร (ที่นี่ ครูอนุญาติให้ นพอ.ได้ดำน้ำสำรวจบริเวณนี้ด้วย ..) >>>>อ่านต่อ






Trip นี้ครูอนันท์ถ้าจะเหนื่อกับเรามากที่สุด ลงดำน้ำทุกครั้งไม่เคยห่างครูเลย Dive แรกเอาตะกั่วลงไม่พอไม่จอมจม ครูก็ช่วยดึงกันไปได้ Dive 2 ที่ริเชริว ความลึก 60 ฟุต ครูดูแลอย่างใกล้ชิดจะคอยดึงเวลาที่ว่ายไปใกล้หินใหญ่(มองไม่เห็นจริง ๆ ) Dive 3 มีความหวังว่าจะเจอกระเบนราหู แต่โชคไม่เข้าข้าง Dive 4 Night Dive จับมือครูแน่นเลยกลัวครูทิ้ง Dive สุดท้ายยังเกี่ยวก้อยว่ายชมความงามของท้องทะเล(ฮิ..ฮิ..เราไปด้วยตัวเองได้แต่ว่ายทวนน้ำจึงขออาศัยก้อยครูไปด้วย) ข้อที่ไม่ควรทำเป็นอย่างที่สุดคือการไปแย่ปลาที่มันกำลังกกไข่อยู่ มันไล่กัด Fin โหสิ..โหสิ..ไม่ได้ตั้งใจ


ต้องขอขอบคุณครูนันท์เป็นอย่างที่สุด.....จากศิษย์น้อย

Wednesday, April 11, 2007

ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ปะการัง 6-9 เมษายน 2550


6.00 น ตื่นกันได้แล้ว นพอ.ทุกคนที่มาถึงในวันแรกจัดเตรียมภารกิจส่วนตัวใส่ชุดพร้อมดำ เรารับประทานอาหารเช้ากันเวลา 7.30 น มื้อนี้มีขนมจีน ปาท่องโก๋ และข้าวเหนียวสังขยา (อร่อยมากขอบอก) 8.00 น น้อง ๆ ก็ทยอยกันมาลงทะเบียนในวันแรกมีประมาณ 70 คน หลังจากพิธีเปิดแล้ว กิจกรรมแรกในช่วงเช้า ครูนิช หรือลุงนิชของน้อง ๆ จะสอนวิธีการสวมเสื้อชูชีพ โดยมีครูทัยเป็นต้นแบบ ครูบอกว่าพวกพี่เลี้ยงวุ่นวายจึงให้มานั่งคอยหน้าห้องประชุม ...แล้วจะมาเหล่าต่อนะจ๊ะ










เมื่อทุกคนพร้อมก็พาไปลงเรือจุฬาภรณ์ 48 ที่ท่าเรือของฐานทัพเรือพังงา ระหว่างเดินทางพวกเราก็มีกิจกรรมปลุกใจให้น้อง ๆ สู้สู้ น้องๆๆบางส่วนก็ว่ายน้ำเป็น บางส่วนก็ว่ายน้ำไม่เป็น ( 4 วันเจอทุกรูปแบบ)
























น้อง ๆ ทั้งสนุกทั้งกลัว มีที่เก๊าๆ 2 คนพอลงน้ำก็เอาชูชีพออก พี่ๆๆต้องคอยดุกันเป็นพิเศษ
ประมาณ 12.30 เราก็กลับถึงศูนย์อนุรักษ์ฯ น้อง ๆ ก็เข้าแถวรับประทานอาหารส่วนพี่ ๆก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสี้อผ้า แล้วพาน้องๆค่ายฯเป็นเยี่ยมชม ร.ล.เจ้าพระยา (เสียดายยังไม่มีรูปมาให้ดู) จากนั้นเราไปกันต่อศูนย์อนุบาลเต่าทะเล แล้วก็กลับมาทำกิจกรรมวาดภาพที่น้อง ๆ ได้ไปเห็นเมื่อเช้านี้

Tuesday, March 20, 2007

ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ธรรมชาติอ่าวมะนาว

เช้าวันที่ 17 มีนาคม 2550 ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ไปรวมพลที่สถาบัญฯ ใช้เวลาเดินทางเท่าไรไม่ทราบ เพราะพวกเรากำลังทำความรู้จักและเม้าท์แบบสุด ๆ (ปรึกษาเรื่องกิจกรรมนะ) เมื่อมาถึงเด็ก ๆ กำลังแนะนำตัวและทำกิจกรรมของค่ายกันอยู่ ส่วนพี่ นพอ.ก็นั่งรอ(ยังไม่ใช่เวลาของเรา)










ช่วงบ่ายพวกเราออกสำรวจในบริเวณอ่าวมะนาว ในการเป็นสถานที่สำหนับให้น้องๆ มาดำดูประการังในวันพรุ่งนี้ จุดแรกน้ำค่อยค่างแรง ขุ่น และมีเม่นทะเลจำนวนมาก จุดที่สอง ประการังไม่ค่อยมาก น้ำค่อนข้างขุ่นมองไม่เห็น จุดที่สามพอมีแนวประการรังบ้าง มีปลา และมีเม่นทะเลน้อย ความขุ่นของน้ำพอใช้ได้ จุดนี้ละดีที่สุดแล้ว จุดนี้เป็นเกาะอยู่หลังเกาะหลัก(ที่สำหรับวัดระดับน้ำทะเลปานกลาง MSL) ดีใจจังได้เห็นเกาะหลักแล้ว





หลังจากที่กลับมาจากการสำรวจแล้ว พวกเราได้แบ่งกลุ่มเยาวชน(ขอเรียกว่าเด็ก ๆๆ) และได้ทำการสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์พื้นฐาน และพาเด็ก ๆ มาฝึกให้คล่องที่ชายหาด







ระหว่างการฝึก เด็ก ๆ มีปัญหาบ้างกับการหายใจ และที่สำคัญที่สุด เราโชดดีมากทั้งกลุ่มว่ายน้ำไม่เป็นเลย สบมยห. (สบายมากหายห่วง) เด็กๆ ไม่กลัวน้ำเลย







วันอาทิตย์หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว นพอ.ได้ร่วมเล่นเกมส์ที่เราเตรียมมากับเด็ก ๆ เพื่อเพิ่มความคุ้นเคย ตกบ่ายพวกเราพาเด็ก ๆไปสถานที่จริง โดยแบ่งเด็กเป็นกลุ่มและมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม(สีเขียวแก่ของเราเอง) เนื่องจากเรือที่จะพาไปเล็กมากต้องแบ่งเป็นชุด เด็กทำได้ดีมาก ทุกคนปลอดภัยและประทับใจ
ก่อนกลับพวกเราได้ลำลาถ่ายรูปร่วมกัน...ถึงบ้านประมาณเที่ยงคืนได้...นอนดีกว่า

วางทุ่นสิมิลัน


เช้าของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2550 ทีมงานสำรวจและวางทุ่นจำนวน ทั้งหมด 24 นาย หลังจากจัดเตรียมสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นลงเรือจุฬาภรณ์ 48 เรียบร้อยแล้ว และเริ่มออกจากท่าเรือฐานทัพเรือทัพละมุ ประมาณ 10 นาฬิกาเศษ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสู่เกาะบอน หมู่เกาะสิมิลัน ใช้ความเร็วในการเดินทาง 8 นอต / ชม.คาดว่าจะถึงจุดหมายในอีก 4 ชม.ข้างหน้า >>>>อ่านต่อ